ของดีระดับโลก…ที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก
แบรนด์นั้นคือ Chloride (คลอไรด์)
ซึ่งไม่ใช่แบรนด์ใหม่ แต่มีอายุมากกว่า 130 ปี !!
โดยแบรนด์มีจุดเริ่มต้นจากประเทศอังกฤษตั้งแต่ปี 1891
เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกโดยเป็นที่รู้จักกันเพราะเป็นแบตใส่ในเรือดำน้ำสงครามโลกครั้งที่ 1 และในอดีต Chloride Electrical Storage Company ยังเป็นซัพพลายเออร์หลักให้กับแบรนด์รถยนต์ระดับหรูของอังกฤษ อย่าง Rolls-Royce และ Vauxhall อีกด้วย
นอกจากแบตเตอรี่ยานยนต์แล้ว Chloride ยังคงเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการปกป้องระบบพลังงานสำหรับโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (Mission-Critical Infrastructure) ภายใต้ชื่อ Chloride Global ซึ่งดำเนินธุรกิจแยกส่วนจากแบตเตอรี่ยานยนต์
น่าใช้อย่างไร....
สั่งสมเทคโนโลยีมาอย่างยาวนาน มีประสบการณ์สูง ได้โอกาสลองผิด-ถูกกับสูตรแผ่นธาตุแบตเตอรี่ จนลงตัว และนำมาผลิตที่อินเดีย โดย Exide เพื่อให้มีราคาจับต้องได้นั่นเอง
โดยเราได้ค้นคว้า รวบรวมข้อมูลจุดเด่น มาดังนี้
1. โครงสร้างแผ่นหนา+แข็งแรง
แผ่นขั้วบวก + หล่อด้วยแรงดันสูง (100 bar)
ใช้โลหะผสมแบบ Low-antimony
มาตรฐานส่งออก (Export Spec) ไปหลายประเทศ เช่น เอเชีย / แอฟริกา ซึ่ง อุณหภูมิสูง-ร้อนมาก
2. สูตรวัสดุเฉพาะ (มีสิทธิบัตร)
ลดการเสื่อม+ลดความต้านทานไฟ
3. ระบบกันรั่ว + Safety
มี Neoprene Grommet กันน้ำกรดซึม
4. Separator (แผ่นกั้น) คุณภาพสูง
แบบ Microporous PE ทำให้ ไฟไหลดี + ทน + เสถียร
ในมุมมองของ “กัปตันประพันธ์อะไหล่ยนต์”
สำหรับผมแล้ว...
ปัจจัยที่ทำให้แบตเตอร์รี่ใช้ได้ทนนาน..... (2.5 ปีขึ้นไป) นอกจากยี่ห้อ-เทคโนโลยีต่างๆ แล้ว กำลังไฟ (เบอร์) และประเภทที่ถูกต้องเหมาะสม ถือเป็นตัวแปรที่สำคัญเลยครับ !!
จากประสบการณ์หน้าร้าน มักจะพบ การใส่ผิดเบอร์-ประเภทเป็นส่วนมาก อาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของร้านค้าและตัวลูกค้าเอง เช่น ใส่ MFX60L, S650L แทน เบอร์ N55 โดยเข้าใจผิด คิดว่าเลขมากกว่าย่อมดีกว่า หรือเอาแบตเตอร์รี่ AGM ไปใส่หน้ารถ แล้วเสียไว เป็นต้น ซึ่งหากท่านใดต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถทักมาสอบถามได้เลยครับ





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น